DATE: CATEGORY:スポンサー広告
上記の広告は1ヶ月以上更新のないブログに表示されています。
新しい記事を書く事で広告が消せます。
DATE: CATEGORY:~mE`

หลังจากที่ไปเอ๋อที่สิงคโปร์มา 13 วัน ขอเล่าเรื่องหน่อยนะคะ เรื่องมาเริ่มมาจาก หัวหน้าเราเค้าไปช่วยงานที่สำนักงานใหญ่ซึ่งอยู่ที่สิงคโปร์ มา 1 เดือน แล้วเค้าก็กลับมาทำงานวันจันทร์ที่ 11 มิถุนา แล้วทางโน้นเค้าก็บอกว่าให้กลับไปช่วยเค้าต่อ เพราะงานเค้าค้างเยอะ แล้วหัวหน้าเราก็ไม่อยากไปแล้ว เค้าไปนานแล้ว และงานของเค้าทางนี้(บีเคเค) ก็ยุ่ง เค้าก็เลยส่งเราไป (เราก็ทำงานที่บ.นี้มา ปีกับ 2เดือนเอง) งานนี้ถามความสมัครใจก่อน เราก็คิดหลายตลบเลย เพราะโอกาสยังงี้หายาก แต่อีกใจก็เป็นห่วงงานทางนี้ ห่วงเรื่องเรียนอีก สุดท้ายก็ไป วันอังคาร รุ่งขึ้นก็ไปทำพาสปอร์ตที่กระทรวงวัฒนธรรมตรงใกล้ๆ เซนทรัลปิ่นเกล้า วันพฤหัสไปรับพาสปอร์ต จำได้ว่าช่วงสัปดาห์นั้น ยุ่งมาก ๆ กลับบ้านดึกทุกวัน มีวันนึงออกจากที่ทำงานตั้ง 5 ทุ่ม (เราเข้างาน 8 โมง เลิก 6 โมงเย็น) และตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ที่สำคัญคือกลัวเรื่องภาษา (แบบว่า พูดไม่ค่อยได้อ่ะ)  จนถึงวันเดินทาง วันอาทิตย์ที่17 เครื่องออก บ่าย 3 ขอโทษ เดี๊ยนไปถึงสุวรรณภูมิตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง (ตูจะบ้าตาย) ไปถึงก็ไม่มีอะไรทำ เคาเตอร์ก็ยังไปเปิดให้เช็คอิน ก็เลยเดินไปมา แล้วก็โทรหาคนโน้นคนนี้ไปทั่ว จนได้เวลาขึ้นเขียง เอ๊ยขึ้นเครื่อง หลังจากเข้าเช็คอิน ผ่านตม.แล้ว ก็ตอนที่เดินเข้าไปนั่งรอจะขึ้นเครื่อง ตอนนั้นตื่นเต้นมาก ๆ แบบคนไม่เคยขึ้นเครื่องบิน คิดดู ตอนที่นั่งรอก็เห็นเครื่องลำที่เราต้องขึ้นอยู่ต่อหน้า ลำใหญ่มาก ช่วงก่อนหน้าที่เคยหวาดวิตกเรื่องภาษานั้นลืมไปหมดแล้ว เพราะหวาดเรื่องเครื่องบินแทน จนตอนที่เครื่องกำลังจะขึ้น โห มันสุดยอดมากจ๊อดด เครื่องบินแอร์บิน 430 ลำใหญ่ที่สุดของ สวิสแอร์ ความเร็ว 900 กม.ต่อชม. ตอนที่เครื่องกำลังจะเทคอ๊อฟนะ เครื่องบินมันสั่นแรงมาก เพราะต้องใช้พลังงานในการส่งตัวขึ้น จนเครื่องทะยานขึ้น ตอนเชิดหัวขึ้นก็เป็นโชคดีของเราที่ได้นั่งริมหน้าต่าง (พี่คนที่จองตั่วให้ เค้ารู้ว่าเราไม่เคยขึ้น คงอยางจะนั่งริมหน้าต่างน่ะ เค้าเลยจองให้) เราก็มองวิว เห็นวิวชัดมาก จนเครื่องเลยสูงขึ้นเหนือเมฆ ก็ยังพอมองเห็นเมือง ถนน อยู่บ้างนะ เริ่มมองไม่ให้ตอนที่เครื่องบินมาถึงทะเล (ก็แน่ละซิ ทะเลจะมีเมือง ถนน ได้ไงล่ะ) พอเครื่องบินคงระดับความสูง (อยู่ที่ประมาณ 1700 จากระดับน้ำทะเล) บินความเร็วคงที่อยู่ที่ประมาณ 850 กม ต่อ ชม แอร์ก็มาเสริฟ์อาหารค่ะ เดี๊ยนก็กินเรียบไม่เหลือ ไม่ใช้เพราะอร่อยนะ แต่เป็นเพราะหิว อาหารเค้าขาไปเป็นบะหมี่แห้ง ขนมปัง ผลไม้ น้ำ รสชาดจืดดี (ขากลับก็เป็นข้าวอบไก่ ขนมปัง เค้กกล้วยหอม น้ำ จืดเหมือนกันเลย) จนเครื่องบินไปถึงสนามบินชางกี สิงคโปร ไปถึงโน้นก็ 1 ทุ่ม ใช้เวลาบิน 2 ชม. บ้านเค้าเร็วกว่าเรา 1 ชม. แต่ดีนะ 1 ทุ่ม ยังไม่มืดเลย เหมือน 5 โมงเย็นบ้านเรา ....%!@*~#
--** ขี้เกียจพิมพ์แล้ว




ข้างล่างมีรูปอีกค่ะ


ถ่ายตอนขึ้นไปนั่งในเครื่องแล้ว (ขาไป)


อนุเสาวรีย์ซักอย่าง ภาพจริงสวยกว่านี้นะ มันจะมองเห็นตึกสูงด้านหลังเต็มไปหมดเลย



บริเวณใกล้ กับ เมอร์ไลออนปาร์ค ตรงนี้จะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำสิงคโปร์


อาคารรัฐสภาของเค้า


เมอไลออน ปาร์ค คนที่ไปครั้งแรกต้องไปเยือน สัญลักษณ์ของสิงคโปร์ (ที่จริงมันไม่มีอะไรเลย นอกจากรูปปั้นนี่แหล่ะ คราวหน้าคงไม่ไปแล้วล่ะ)


ก๋วยเตี๋ยวอะไรก็ไม่รุ้ เพราะบ้านเค้ามีหลายชนิดมาก ถึงหน้าตามันจะไม่น่ากินแต่มันอร่อยมากนะ ขอบอก

ชีวิตบัดสบ ไปคนเดียวไม่มีใครถ่ายรูปให้


อาหารเช้าที่กินเป็นประจำก่อนออกไปทำงาน ABF อร่อยมาก


โรงแรม Park view อยู่ที่ถนน Beach road หน้าโรงแรมก็เล็ก ด้านในยิ่งเล็กกว่า !(- _ -) ราคาคืนละ 90 เหรียญ


ก๋วยเตี๋ยวราคา 5 เหรียญกว่า ๆ รสชาดไม่ค่อยดี (กินที่ฟู้ดคอร์ดชั้นใต้ดินของ Bugis)


ถ่ายที่สนามบิน Changi ขากลับ เห็นทางเดินมันไกลดี ก็เลยถ่ายเก็บไว้


ขากลับฝนลงด้วย แถมเครื่องโครงตลอดเลย


ภายในเครื่องของ Swiss Air รุ่น แอร์บัส 340


คราวหน้าขอมาเขียนต่อนะคะ บรรยายยาวยืดเลย

コメント

[絵文字:v-16]鑑}・擢狆擢⇒・x-japan + glay 稻藝蚋Ч弌兀 ⇒困愕}杭絵文字:v-16]

コメントの投稿


管理者にだけ表示を許可する

トラックバック


この記事にトラックバックする(FC2ブログユーザー)



copyright © 2009 ::JAPAN MUSIC::listen..JPOP..JROCK all rights reserved.Powered by FC2ブログ